วิธีออมเงินของขาช็อป

การได้ออกมาจับจ่ายซื้อของที่ถูกตาต้องใจเป็นดั่งสวรรค์ของขาช็อปเลยทีเดียว แต่การกระทำดังกล่าวนั้น ถึงแม้จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ตัวเองแค่ไหน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เงินในกระเป๋าจะร่อยหรอลงไปทุกครั้ง วันนี้ เราจึงมีวิธีช็อปแบบสบายไร้กังวลพร้อมกับสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นไปในเวลาเดียวกันด้วย เริ่มสนใจกันแล้วใช้ไหมคะ ตามมาเลยค่ะ – ซื้อมาขายไป เวลาไปเดินห้างแล้วเห็นรายการลดแลกแจกแถมสินค้าตามห้างร้านต่าง ๆ แล้ว เรามักอดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปเยี่ยมชมและซื้อบางอย่างติดไม้ติดมือกลับมาเสมอโดยให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันราคาถูกกว่าปกติตั้งเยอะ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณอาจไม่เคยใช้สินค้านั้น ๆ มาก่อนเลยก็ได้ แล้วจะเป็นการประหยัดได้อย่างไรจริงไหมคะ วิธีแก้คือ นำสินค้าที่คุณเผลอซื้อติดมือมาด้วยนั้นไปขายซะแล้วเอาเงินคืนมา แน่นอนว่าอย่าลืมบวกกำไรลงไปบ้างเป็นค่าเสียเวลาและค่าเดินทาง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถช็อปได้อย่างสบายใจแล้ว – ช็อปตามสั่ง หากไม่มั่นใจว่าสินค้าที่เราจะซื้อไปขายนั้นมีคนสนใจหรือเปล่า ก็ใช้วิธีถ่ายรูปสินค้าแล้วไปสอบถามกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อนก็ได้ เมื่อมีคนสนใจสั่งซื้อแล้วก็ค่อยวิ่งมาซื้อไปขายอีกทอดหนึ่ง วิธีนี้ดีตรงที่ไม่มีของตกค้างให้เงินจมอย่างแน่นอน แต่อาจต้องเสียเวลาไปช็อปหลายรอบและสินค้าอาจขายหมดไปก่อนก็เป็นได้ เป็นอย่างไรบ้างคะกับวิธีช็อปปิ้งแบบไม่เสียดุลที่เรานำเสนอ? ลองนำไปใช้กันดูนะคะ แล้วพบกันคราวหน้า สวัสดีค่ะ

เปลี่ยนของเหลือใช้ให้เป็นเงิน

วิธีที่ทำให้ได้เงินเร็วที่สุดวิธีหนึ่งที่มีคนนิยมใช้กันมากก็คือ “ขายของเก่า” แต่ของเก่าในที่นี้ควรเป็นของที่ยังมีสภาพดีและพร้อมใช้งานนะคะ ไม่ใช่ของที่สมควรโละทิ้งหรือจะพังมิพังแหล่ เพราะถ้าเป็นอย่างหลังละก็ ต่อให้คุณขายถูกสักแค่ไหนก็คงไม่มีใครมาสนใจเซ้งต่อ เว้นเสียแต่ว่าจะไปย้อมแมวขายว่าเป็นของดีอันการกระทำที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย ของเก่าที่สามารถนำมาขายได้มีอะไรบ้าง? – เสื้อผ้าเก่าเก็บที่ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้ หรือสวมครั้งสองครั้งแล้วเบื่อ แม้กระทั่งชุดที่ซื้อมาเก็บไว้เฉย ๆ โดยไม่เคยหยิบมาใส่ก็คว้าเอามาขายต่อเป็นเสื้อผ้ามือสองได้นะคะ ถึงแม้จะไม่ได้ราคาสูงเท่าของใหม่แต่ก็ดีกว่าเก็บไว้เฉย ๆ โดยเปล่าประโยชน์ – เครื่องประดับเก่า ๆ ที่ดีไซน์อาจตกสมัยไปแล้วแต่สภาพยังดีอยู่ก็สามารถนำมาขายได้ แถมอาจได้ราคาดีด้วย เพราะมีคนบางกลุ่มที่นิยมแต่งตัวแนวย้อนยุคหรือที่เรียกกันว่าวินเทจ (vintage) อยู่ – ของเล่นเก่า ๆ ก็อาจทำเงินให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ตุ๊กตาทหารตัวเล็ก ๆ ที่เมื่อสมัย 20 – 30 ปีที่แล้วเป็นที่นิยมกัน หรือของเล่นสังกะสีแบบไขลานที่ยังใช้งานได้ก็เป็นของที่นักสะสมของเก่าเขาตามหาอยู่เหมือนกัน – รองเท้าที่ไม่อยากสวมแล้วแต่สภาพยังดีพอที่จะนำมาขายเป็นของมือสองได้ก็ขนออกมาขายให้หมด – หนังสือเก่าเก็บก็เป็นของมีราคานะคะ ยิ่งฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นของหายากที่ทำให้คนอื่นตาลุกได้ไม่ยาก ลองรื้อชั้นหนังสือดูก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ

เก็บเงินจ้างแม่บ้านใส่กระปุกกันเถอะ

เนื่องด้วยวิถีชีวิตคนเราในปัจจุบันที่มักใช้ชีวิตนอกบ้านกันเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้ละเลยเรื่องของงานบ้านไป คนส่วนใหญ่ที่พอมีฐานะจึงมักตัดสินใจจ้างแม่บ้านให้มาคอยดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าเจอคนงานดี ขยันขันแข็ง ไม่เรื่องมาก ก็นับว่าเป็นโชคดีของนายจ้าง แต่เกิดเคราะห์หามยามร้ายเจอพวกมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาดูลาดเลาในบ้านเข้าให้ละก็ คงจะหลีกเลี่ยงจากภัยใกล้ตัวไม่พ้นกันเป็นแน่ ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงไม่หันมาทำงานบ้านเองเสียล่ะ แล้วเก็บเงินค่าจ้างแม่บ้านนั่นใส่กระปุกไปเสียเลย ทั้งประหยัดและปลอดภัยไปในเวลาเดียวกัน! เชื่อเถอะค่ะว่างานบ้านนั้นไม่ได้ยุ่งยากวุ่นวายเกินกว่าคุณจะเรียนรู้มัน ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคุณหนูคุณชายที่ไม่เคยหยิบจับงานประเภทนี้มาก่อน เริ่มกันที่การปัดฝุ่น กวาดบ้านและเก็บขยะที่รกหูรกตาให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ จากนั้นก็ค่อยมานั่งจัดระเบียบสิ่งของที่วางเกะกะอยู่ในภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่หยิบมาอ่านแล้วไม่ได้เก็บเข้าที่จนกองไว้เป็นตั้ง หรือเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่วางทิ้งเรี่ยราดจนหาไม่เจอเมื่อต้องการนำมาใช้งาน จากนั้นก็ค่อยขยับไปยังงานที่ควรทำเป็นประจำทุกวันอย่างการล้างจาน ซักรีดเสื้อผ้า ขัดห้องน้ำ ถูบ้าน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณอาจไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จในวันเดียวก็ได้เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากแตะงานบ้านอีก การทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วคุณจะเข้าใจว่าความรู้สึกที่ว่า “บ้านสะอาดจังแถมตังค์อยู่ครบ” นั้นเป็นอย่างไร

เงินออมจากรายได้พิเศษ

เงินทองเป็นของล่อใจ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักต้องการมีไว้ในครอบครองชนิดที่ว่ายิ่งมากก็ยิ่งดี การหารายได้พิเศษทำจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มจำนวนเงินของคุณให้มากขึ้น และยังสามารถช่วยให้คุณสร้างฐานะให้ดีขึ้นได้ด้วย จึงมีคำพูดว่า “คนขยันมักไม่อดตาย” ขึ้นมาเพื่อเป็นการบอกใบ้ว่าหากต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นก็จงอย่าได้ขี้เกียจ รายได้พิเศษหาได้จากไหนบ้าง? หากคุณอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ การหารายได้พิเศษคงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก็อาจจะคว้าจ็อบพิเศษได้แล้ว วิธีนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษามากเพราะไม่ต้องทำงานเต็มเวลา กลางวันไปเรียน ตกเย็นและวันหยุดก็ไปทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนไดอย่างสบาย แต่หากไม่ชอบงานร้านอาหารหรืองานขายก็อาจเปิดหนังสือพิมพ์หางานสักฉบับแล้วโฟกัสไปที่หมวดงานพาร์ทไทม์ ก็จะพบว่ามีคนต้องการพนักงานประเภทนี้อยู่ไม่น้อยเลยเช่นกัน เพียงแต่ต้องรีบหน่อยเพราะไม่ได้มีแค่คุณที่กำลังมองหางานนะคะ นอกจากนี้คุณยังสามารถมองหาแหล่งงานได้จากหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้โดยแทบไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลย เพียงแต่ควรเซฟตัวเองด้วยเพราะอาจเจอพวกมิจฉาชีพที่เอาค่าตอบแทนสูง ๆ มาล่อให้เดินเข้าไปติดกับ ฉะนั้น หากเจองานไหนที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าปกติก็ให้สงสัยไว้ก่อนและหาข้อมูลเพิ่มเติมให้มาก ๆ ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

คิดให้มากขึ้นเมื่อถึงเวลาช็อป

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการช็อปปิ้งนั้นมีโอกาสที่จะใช้จ่ายจนเกินความจำเป็นอยู่บ่อย ๆ ดังนั้น คนที่คิดจะประหยัดค่าใช้จ่ายจึงมักตัดการช็อปปิ้งออกเป็นกิจกรรมแรก ๆ เลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดแต่อย่างใด ทว่า คุณรู้หรือไม่ว่า คุณยังสามารถช็อปปิ้งได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องงดกิจกรรมสุดโปรดนี้ไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่คุณต้องคิดให้มากขึ้นเท่านั้น เวลาที่จะควักกระเป๋าซื้อของสักชิ้น! แน่นอนว่าของที่มีคุณภาพดีมักสามารถใช้งานได้ทนนานกว่าของที่มีคุณภาพรองลงมา และราคาก็มักจะสูงกว่าอยู่สักหน่อยหากเมื่อลองคิดดูดี ๆ แล้วมันก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด ยกตัวอย่างเช่นเสื้อผ้า คนทั่วไปมักเลือกซื้อแบบที่มีราคาถูกมากกว่าของแบรนด์เนม แต่เมื่อลองเอาเนื้อผ้า และคุณภาพในการตัดเย็บมาเปรียบเทียบดูแล้วจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นมีคุณภาพที่ดีกว่าเยอะและสามารถสวมใส่ได้นานกว่าเสื้อผ้าแฟชั่นทั่วไปในปัจจุบันเสียอีก เรียกว่าซื้อแค่ครั้งเดียวก็ใช้ได้หลายปีจริง ๆ และที่ลืมไม่ได้ก็คือรูปแบบของเสื้อผ้าที่ควรเลือกชนิดที่สามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสและนำมามิกซ์แอนด์แมชท์ได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก เท่านี้ก็เหมือนกับคุณมีชุดใหม่ ๆ สวมอยู่เสมอโดยไม่ต้องซื้อเพิ่มแต่อย่างใดแล้วล่ะค่ะ นอกจากนี้ การเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าจะตามใจตัวเองนะคะจะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินทองโดยไม่จำเป็น อ่านบทความนี้จบแล้วก็จัดระเบียบตัวเองเสียใหม่นะคะ เพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้าค่ะ

ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดเงิน

การประหยัดค่าใช้จ่าย จัดเป็นอีกวิธีหนึ่งในการออมเงิน วันนี้เราขอเสนอให้คุณปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันในการใช้น้ำและไฟเสียใหม่ เนื่องจากต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน ดังนั้น จึงน่าจะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น โดยมีวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ 1. ไม่เปิดไฟทิ้งไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น การเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน ทั้ง ๆ ที่ในเวลากลางวันก็มีแสงสว่างเพียงพออยู่แล้ว 2. ไม่เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้เพียงเพราะต้องการเพื่อนคลายเหงา หากไม่ชอบอยู่เงียบ ๆ จริง ๆ ขอแนะนำให้เปิดวิทยุหรือเครื่องเสียงแทนจะดีกว่า เนื่องจากกินไฟน้อยกว่ากันมาก 3. ไม่เปิดน้ำแรงเกินไป เนื่องจากแรงดันน้ำจะทำให้มิเตอร์หมุนเร็วกว่าปกติ ค่าน้ำก็จะพลอยสูงขึ้นตามไปด้วย 4. ไม่ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำมากเกินไป เพราะยิ่งแอร์ทำงานหนักเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใช้ไฟมากขึ้นเท่านั้น 5. ไม่เปิดปิดเครื่องปรับอากาศถี่ ๆ เช่น เปิด-ปิดทุกสิบห้านาที เนื่องจากแอร์จะใช้ไฟมากเวลาเริ่มเดินเครื่อง ทางที่ดีก็เปิดทิ้งไว้ให้เครื่องทำงานติดต่อกันไปเลยจะประหยัดไฟกว่า 6. ไม่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เมื่อไม่อยู่บ้านนาน ๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ฯลฯ ขอแนะนำให้ดึงปลั๊กออกเสียด้วยเลยจะได้มั่นใจว่าไม่มีไฟเข้าจริง ๆ 7. ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้เวลาล้างจานหรือล้างสิ่งต่าง…

ออมวันละนิดจิตแจ่มใส

การออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเก็บเงินแล้วมักจะลืมเสมอว่าวันนี้เราจะต้องหยอดกระปุกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเคยชินให้กับตัวเอง ขอแนะนำให้หยอดกระปุกทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน โดยแบ่งออกมาจากงบรายวันที่คุณติดกระเป๋าออกไปนั่นแหละค่ะ ส่วนจะหยอดวันละเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่ที่คุณ หรือจะให้ง่ายหน่อยก็หยอดไปตามวันที่บนปฏิทินเสียเลยง่ายดี เมื่อครบเดือนแล้วจำนวนเงินที่ได้ก็ไม่น้อยเลยนะคะ มาลองคำนวณดูกันดีกว่าว่าคุณจะออมเงินได้เท่าไหร่ เดือนที่มี 28 วัน ออมได้ทั้งสิ้น 406 บาท เดือนที่มี 30 วัน ออมได้ทั้งสิ้น 465 บาท เดือนที่มี 31 วัน ออมได้ทั้งสิ้น 496 บาท เมื่อรวมจำนวนเงินในแต่ละเดือนแล้ว คุณจะมีเงินเก็บมากถึง 5,738 บาทเลยทีเดียว! แน่นอนว่าในแต่ละวันนั้น คุณสามารถหย่อนเงินลงกระปุกให้มากหน่อยได้ เรียกว่าวันไหนมีมากก็หยอดมาก วันไหนมีน้อยก็หยอดน้อย แต่อย่าหยอดให้น้อยกว่าตัวเลขบนปฏิทินก็แล้วกัน ด้วยวิธีออมเงินแบบรายวันนี้ นอกจากจะทำให้คุณเก็บเงินได้แล้ว ยังช่วยสร้างอุปนิสัยรักการออมขึ้นมาได้ด้วย ชนิดที่ว่าถ้าวันไหนไม่ได้หยอดกระปุก วันนั้นเป็นต้องรู้สึกตงิดใจทั้งวันว่า นี่เราลืมทำอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่านะ? ฉะนั้น อย่าลืมตั้งกระปุกออมสินในบริเวณที่คุณมองเห็นหรือต้องผ่านทุกวันด้วย จะได้แวะเข้าไปใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ อ้อ! ให้เข้าไปฝากอย่างเดียวนะคะ อย่าได้ไปถอนออกมาเชียว!